Bite off more than you can chew
ไบท์ ออฟ มอร์ แดน ยู แคน ชู
รับงาน/รับผิดชอบมากเกินกว่าที่จะรับมือไหว
“"I think I bit off more than I could chew when I agreed to plan the whole event by myself."”
"ฉันคิดว่าตัวเองรับงานมากเกินไปตอนที่ตกลงจัดงานทั้งหมดคนเดียวเลย"
**"Bite off more than you can chew"** เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่เจ้าของภาษาใช้กันบ่อยมากในชีวิตประจำวัน มีความหมายว่า "รับภาระหรือรับผิดชอบมากเกินกว่าที่ตัวเองจะรับมือได้" หรือพูดง่ายๆ ก็คือ "คาบเกินปาก" นั่นเอง สำนวนนี้มักใช้เพื่อเตือนใครสักคน หรือพูดถึงตัวเองตอนที่รู้ว่ารับงานมาเยอะเกินไป
**ที่มาและวิธีคิด:** สำนวนนี้มาจากภาพที่เห็นได้ชัดเจนมากในชีวิตประจำวัน นึกภาพคนกัดอาหารคำใหญ่มากจนเคี้ยวไม่ไหว "bite off" หมายถึงการกัดชิ้นอาหารออกมา และ "chew" หมายถึงการเคี้ยว เมื่อนำมารวมกันก็จะได้ความหมายเชิงเปรียบเปรยว่า "รับสิ่งที่มากเกินกว่าจะจัดการได้" สำนวนนี้มีใช้มานานหลายร้อยปีในภาษาอังกฤษ และยังคงนิยมใช้กันมากในปัจจุบันทั้งการสนทนาทั่วไป การทำงาน และในสื่อต่างๆ
**ใช้ตอนไหน?** สำนวนนี้เหมาะใช้ในหลายสถานการณ์ เช่น ตอนที่รับโปรเจกต์หลายอันพร้อมกันแล้วทำไม่ทัน, ลงเรียนหลายวิชาเกินไปจนสอบไม่ผ่าน, หรือแม้แต่ในชีวิตส่วนตัวอย่างการรับอาสาช่วยงานหลายอย่างในคราวเดียว ใช้ได้ทั้งในเชิงเตือน ("Don't bite off more than you can chew!") และพูดถึงตัวเองหรือคนอื่นที่ผ่านมาแล้ว ("I bit off more than I could chew.")
**ตัวอย่างการใช้เพิ่มเติม:**
- "He bit off more than he could chew when he started three businesses at once." — เขารับงานมากเกินตัวตอนที่เปิดธุรกิจสามอย่างพร้อมกัน
- "Be careful not to bite off more than you can chew — quality matters more than quantity." — ระวังอย่ารับงานเกินตัว คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ
- "I definitely bit off more than I could chew with this project deadline." — ฉันรับงานมาเกินกว่าจะรับมือได้จริงๆ กับดีดไลน์โปรเจกต์นี้