I'm good at cooking.
ไอม กุด แอท คุ๊กกิ้ง
ฉันทำอาหารเก่ง (ใช้ "good at" ไม่ใช่ "good in")
“She's really good at playing the guitar — she's been practicing for years.”
เธอเล่นกีตาร์เก่งมาก — ฝึกมาหลายปีแล้ว
คนไทยจำนวนมากติดพูด "I'm good in cooking" หรือ "She's good in English" เพราะแปลตรงตัวจากโครงสร้างไทย "เก่งใน..." แต่ในภาษาอังกฤษนั้น เมื่อต้องการบอกว่าใครถนัดหรือเก่งในทักษะใดทักษะหนึ่ง จะต้องใช้ "good at + คำนาม/Gerund (V-ing)" เสมอ เช่น "good at cooking", "good at swimming", "good at math" การใช้ "good in" นั้นผิดหลักไวยากรณ์ และเจ้าของภาษาจะรู้สึกว่าประโยคฟังดูแปลกหรืองงทันที
เหตุผลที่ต้องใช้ "at" คือคำว่า "good" ในความหมายว่า "ถนัด/เก่ง" นั้นเป็น adjective ที่จับคู่กับ preposition "at" โดยเฉพาะ ในทางภาษาศาสตร์ "at" ใช้เพื่อระบุ "จุดโฟกัส" หรือ "เป้าหมายที่แน่ชัด" ซึ่งตรงกับความหมายของการมีทักษะในด้านนั้นๆ พอดี ส่วน "good in" อาจใช้ได้ในบางบริบทเฉพาะเจาะจง เช่น "good in bed" (ซึ่งมีความหมายอื่นไปเลย) หรือ "He looks good in that shirt" (ดูดีเมื่อสวมใส่) — ซึ่งไม่เกี่ยวกับทักษะแต่อย่างใด
วิธีใช้ "good at" ในชีวิตประจำวันมีหลากหลายมาก เช่น "I'm good at remembering faces." (ฉันจำหน้าคนเก่ง), "My sister is good at negotiating." (น้องสาวฉันเก่งเรื่องการเจรจา), "Are you good at keeping secrets?" (คุณเก็บความลับเก่งไหม?) นอกจากนี้ยังมีรูปแบบอื่นในกลุ่มเดียวกัน เช่น "bad at" (ไม่เก่ง), "great at" (เก่งมาก), "terrible at" (แย่มาก) ซึ่งล้วนใช้ "at" ทั้งหมด ไม่ใช่ "in"
สรุปง่ายๆ: ทุกครั้งที่อยากพูดว่า "เก่ง/ถนัดในเรื่อง..." ให้นึกถึง "good at" ไว้ก่อนเลย และถ้าตามด้วยคำกริยา ต้องเติม -ing เสมอ เช่น "good at cooking", "good at driving", "good at solving problems" ฝึกพูดบ่อยๆ รับรองว่าติดปากแน่นอน!