I'm not used to waking up early.
ไอม นอท ยูสท์ ทู เวคกิง อัพ เอิร์ลลี
ฉันยังไม่คุ้นกับการตื่นเช้า (ยังปรับตัวไม่ได้)
“I'm not used to waking up early, so I always feel tired on Mondays.”
ฉันยังไม่คุ้นกับการตื่นเช้า เลยรู้สึกเหนื่อยทุกวันจันทร์เลย
หนึ่งในจุดที่คนไทยสับสนมากที่สุดในภาษาอังกฤษคือความแตกต่างระหว่าง "used to + Verb" กับ "be used to + Verb-ing" เพราะทั้งสองโครงสร้างหน้าตาคล้ายกันมาก แต่ความหมายและไวยากรณ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง หลายคนเขียนว่า "I'm not used to wake up early" ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์ รูปที่ถูกต้องคือ "I'm not used to waking up early"
"be used to" (มี be เช่น am/is/are/was/were) แปลว่า "คุ้นเคยกับ" หรือ "ชินกับ" บางสิ่งบางอย่างแล้ว โดยคำว่า "to" ในที่นี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ infinitive แต่เป็น preposition (คำบุพบท) ดังนั้นคำที่ตามมาต้องเป็น Noun หรือ Verb-ing เสมอ เช่น "I'm used to the noise." หรือ "She's used to waking up early." ในทางตรงข้าม "used to + Verb" (ไม่มี be นำหน้า) แปลว่า "เคย...ในอดีต" และ "to" ในที่นี้เป็นส่วนของ infinitive จึงตามด้วยกริยาช่องที่ 1 เช่น "I used to wake up early when I was a student." (ตอนเป็นนักเรียน ฉันเคยตื่นเช้า)
วิธีจำให้แม่น: ลองดูว่ามี "be" (am/is/are/was/were) นำหน้า "used to" ไหม ถ้ามี → ตามด้วย -ing และแปลว่า "คุ้นเคยกับ" ถ้าไม่มี → ตามด้วย Verb ช่อง 1 และแปลว่า "เคย (ในอดีต)" ตัวอย่างเปรียบเทียบ: "He used to eat spicy food." (เขาเคยกินอาหารเผ็ด — แต่ตอนนี้อาจไม่กินแล้ว) vs. "He's used to eating spicy food." (เขาคุ้นกับการกินอาหารเผ็ดแล้ว — ชินแล้ว)
นอกจากนี้ยังมีโครงสร้าง "get used to + -ing" ที่แปลว่า "กำลังปรับตัว / เริ่มคุ้นกับ" ซึ่งมักใช้เพื่อบอกว่ากำลังอยู่ในกระบวนการปรับตัว เช่น "I'm getting used to waking up early." (ฉันเริ่มคุ้นกับการตื่นเช้าแล้ว) การเข้าใจความแตกต่างของทั้งสามโครงสร้างนี้จะช่วยให้พูดและเขียนภาษาอังกฤษได้ถูกต้องและเป็นธรรมชาติมากขึ้นอย่างแน่นอน